ข้อมูลบริษัท


คุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

บริษัท เชาว์ อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ " หรือ "เชาว์สตีล" หรือ "CHOW") ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว (Steel Billet) โดยมีเศษเหล็ก (Scrap) เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเหล็กแท่งยาว ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกระบวนการผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี การผลิตที่นำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยกระบวนการการผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาวของบริษัทฯ มี 3 ขั้นตอนหลักคือ ขั้นตอนการจัดเตรียมเศษเหล็ก ขั้นตอนการหลอมเศษเหล็กด้วยเตาแบบเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า (Electric Induction Furnace: EIF) และปรุงแต่งส่วนผสมเหล็กเพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานและตรงกับความต้องการของลูกค้า และขั้นตอนการหล่อน้ำเหล็กเป็นเศษเหล็กแท่งยาวโดยเทคโนโลยีการหลอมเหล็กด้วยเตาหลอมเหล็กแบบเหนี่ยวนำกรแสไฟฟ้าจะใช้วิธีเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นพลังงานความร้อนสำหรับการหลอมเหล็ก ทั้งนี้ การใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้น ลูกค้าจะนำเหล็กแท่งยาวไปผลิตต่อด้วยการรีดเป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาวเหล่านี้เป็นวัสดุหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น บ้าน อาคารพาณิชย์ และงานก่อสร้างทั่วไป รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ ส่วนประกอบยานยนตร์ และชิ้นส่วนต่างๆ เป็นต้น และในอุตสาหกรรมการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการเหล็กแท่งยาวที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อใช้ในงานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงและคงทน เช่น สะพาน เขื่อน ท่งด่วน งานก่อสร้างที่ต้องรับแรงอัก หรืออาคารสูง เป็นต้น

บริษัทฯ มีโรงงานผลิตเหล็กแท่งยาว และสาขา ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บนเนื้อที่ราบประมาณ 70 ไร่ ซึ่งอยู่ในระยะเริ่มแรกมีกำลังการผลิตสูงสุด 250,000 ตันต่อปี และได้ขยายกำลังการผลิตในโรงงานเฟสที่ 2 อีก 480,000 ตันต่อปี รวมเป็นกำลังการผลิตสูงสุด 730,000 ตันต่อปี (กำลังการผลิตสูงสุดที่ขออนุญาตในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทฯ ต้องการบริหารและควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้า จึงมีนโยบายผลิตเหล็กแท่งยาวเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ (off-Peak Period) ด้วยเหตุนี้ ทำให้โรงงานทั้งสองเหสมีกำลังการผลิตเต็มที่ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำรวมเท่ากับ 450,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัทฯ คือ โรงรีดที่ไม่มีเตาหลอมเป็นของตนเอง และโรงรีดที่มีเตาหลอมแต่มีกำลังการผลิตไม่พียงพอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกของ London Metal Exchsnge (LME) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้าระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางการจำหน่ายและส่งออกเหล็กแท่งยาสาวไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น อีกทั้งเป็นการแสดงว่าผลิตภัณฑ์ ของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพว่ามีคุฯภาพมาตรฐานสากล จึงถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์บริษัทฯ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ในตลาดต่างแระเทศได้เป็นอย่างดี

บริษัทฯ มีนโยบายลดความเสี่ยงทางธุรกิจโดยการขยายฐานธุรกิจไปธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเติบโตสูง และสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสการเจริญเติบโตของธุรกิจโรงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและการส่งเสริมการลงทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ ประกอบกับบริษัทฯ สนใจในธุรกิจพลังงานทดแทนด้านพลังงานแสงอาทิตย์และมีความพร้อมด้านบุคลากร บริษัทฯ จึงเริ่มลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มรประเทศญี่ปุ่นประเทศแรก

บริษัทฯ ดำเนินการจดทะเบียนตั้งตั้งบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ("เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่" หรือ "CEPL") ขึ้นเพื่อเป็นการปรับโครงร้างการถือหุ้นในกลุ่มบริษัทย่อยของบริษัท และช่วยให้ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ จะยังคงประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว และ CEPL มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่นๆ (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการลงทุนการผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ ในประเทศและต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 CEPL มีทุนจดทะเบียนจำนวน 815.0 ล้านบาท และทุนชำระแล้วจำนวน 570.00 ล้านบาท บริษัทฯ มีบริษัทย่อยทั้งหมด 2 บริษัท ได้แก่

  1. บริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ("เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล" หรือ "CI")

    เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดตั้งเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2556 โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจำนวน 340.0 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีการลงทุนในโครงการต่างๆ ดังนี้

    • การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งลนหลังคา (Solar Rooftop) ในประเทศไทย ขนาดกำลังการผลิตรวม 6.64 เมกะวัตต์ โดยเริ่มทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเชิงกระแสพาณิชย์แล้วตั้งแต่ปี 2559
    • การลงทุนโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 8 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวม 31.65 เมกะวัตต์
    • การลงทุนโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น lwaki ขนาดกำลังการผลิต 26.68 เมกะวัตต์ ณ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% อยู่ระหว่างกำหนดวันเชื่อมต่อสายส่ง

  2. บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด ("พรีเมียร์ โซลูชั่น" หรือ "PSCL")
  3. พรีเมียร์ โซลูชั่น จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 50.0 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน พัฒนาและบริหารโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยให้บริการจัดหาใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า สัญญาเช่า/ซื้อที่ดิน ออกแบบและรับจ้างก่อสร้าง จัดหาอุปกรณ์ รวมถึงบริหาร ดำเนินการและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพรีเมียร์ โซลูชั่น มีการดำเนินธุรกิจ ดังต่อไปนี้

    • ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น พรีเมียร์ โซลูชั่น ได้จัดตั้ง บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน จำกัด ("พรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน" หรือ "PSJP") ซึ่งจดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 100.0 ล้านเยน โดยพรีเมียร์ โซลูชั่น ถือหุ้นร้อยละ 100.0 เพื่อประกอบธุรกิจ ดำเนินการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น พรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน ได้ทำการจัดตั้งกลุ่มบริษัทย่อยเพื่อรองรัยการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยพรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน ถือหุ้นร้อยละ 100.0 ในกลุ่มบริษัทย่อยดังกล่าว โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 กลุ่มบริษัทย่อยเหล่านี้มีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 8 โครงการ
    • ธุรกิจการให้บริการด้านที่ปรึกษาการลงทุน การให้บริการทางวิศวกรรมและบริหารจัดการโครงการก่อสร้าง (Engineering Procurement and Construction Management ("EPCm") และการพัฒนาโครงการเพื่อขาย พรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน ดำเนินธุรกิจให้ด้านที่ปรึกษาการลงทุน การให้บริการทางวิศวกรรมและบริการจัดการโครงการก่อสร้าง และการพัฒนาโครงการเพื่อขายแก่นักลงทุนที่สนใจลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น โดยพรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปนให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การเริ่มจัดหาใบอนุญาตขายไฟฟ้า (FiT) การหาที่ดิน การวิเคราะห์ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากการลงทุน การขอใบอนุญาตต่างๆ การจัดหาและควบคุมการก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานโรงไฟฟ้า รวมถึงการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ได้พัฒนาให้แก่นักลงทุน โดยลูกค้าของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศไทย